รีวิว เกม The Last of Us Part 2 ซับไทยจัดจ้าน เนื้อเรื่องเข้มข้น Game of the Year

The Last of Us Part II ถือเป็นหนึ่งในเกมฟอร์มยักษ์ระดับ AAA ที่หลายคนรอคอยมากที่สุดในปีนี้ เพราะผลงานของภาคแรกนั้นทำไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเรื่องที่มีความเข้มข้น พล็อตเรื่องชวนติดตาม และความเป็นเอกลักษณ์ในเรื่องของการเอาตัวรอด ทั้งในแง่ของการต่อสู้ และการทำอุปกรณ์ รวมถึงบรรดาอาวุธที่ใช้ในการต่อสู้เพื่อจัดการกับศัตรูหลากหลายรูปแบบ เราจะพาคุณผู้อ่านไปดูพร้อมๆ กันว่าทำไมเราถึงให้คะแนนเต็มสิบไม่หักแบบนี้ค่ะ 1. Gameplay – รูปแบบการเล่นเกม The Last of Us Part 2 เกมเพลย์ในภาคนี้ยังคงรูปแบบการ Stealth แบบภาคเก่า และการเปิดฉากรบแบบดุเดือดไว้ได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่มีเพิ่มเข้ามาให้เห็นชัดขึ้นคือรูปแบบความ “ดิบ” ของตัวละคร แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของโลกที่ทุกคนต้องต่างคนต่างเอาตัวรอด ไม่ใช่แค่เพียงการทำให้หมดทางสู้ แต่ต้องเลือกที่จะฆ่าทิ้งเพื่อความปลอดภัยไม่ให้ถูกย้อนมาทำร้ายในภายหลัง รูปแบบการต่อสู้ใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในภาคนี้คือการทำให้ศัตรูสองรูปแบบตีกันเอง นั่นก็คือบรรดาผู้ติดเชื้อและศัตรูที่เป็นคน ในเทรลเลอร์ของ State of Play ที่ถูกปล่อยออกมาก่อนหน้าจะบอกไว้อย่างชัดเจนเลยว่า เราสามารถเลือกวิธีนี้ในการต่อสู้ได้ แถมยังมีประสิทธิภาพเอามากๆ เลยด้วย ดังนั้นแล้วถ้าสบโอกาสเมื่อไหร่ อย่าลืมปาของที่อยู่ในมือเข้าดงศัตรูแล้วทำให้พวกมันตีกันเอง ประหยัดแรงไปได้เยอะ 2. Graphic – กราฟิกภายในเกม The Last of Us Part 2 เนื่องจากเกม The Last of Us ภาคแรก เดิมถูกผลิตเพื่อเล่นบนเครื่อง PlayStation 3 และถูกรีมาสเตอร์ในภายหลังเพื่อภาพที่สวยงามขึ้น ดังนั้น เราก็จะได้เห็นภาพกราฟิกแบบที่ถูกทำขึ้นมาเพื่อให้ภาพคมชัดขึ้นและดูมีรายละเอียดขึ้นเท่านั้น แต่การออกแบบกราฟิกในภาคนี้ ถูกปรับปรุงและพัฒนาให้แสดงผลได้ดีเป็นพิเศษบนเครื่อง PlayStation 4 Pro ฉะนั้นแล้วย่อมมีดีแตกต่างออกไปอย่างแน่นอน เวลาที่เราสำรวจหาสิ่งของในร้านค้าหรือบริเวณที่ไม่ได้เป็นจุดสนใจมากสักเท่าไหร่เช่นบรรดามุมมืด ก็จะไม่ค่อยรู้สึกถึงความพิเศษที่ว่านัก แต่ถ้าตัวเอกของเรากำลังเดินทาง หรือยืนอยู่ริมระเบียงแล้วกำลังรับลมชมวิวอยู่ล่ะก็ จุดนี้จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า กราฟิกมีความละเอียดละเมียดละไมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาพทิวทัศน์ภูเขา ชุมชนที่อยู่ห่างไกลออกไป ต้นไม้ใบหญ้าที่อยู่สองข้างทางที่เขียวชะอุ่มอุดมสมบูรณ์สุดๆ อีกทั้งยังมีเรื่องของทิศทางแสงเงา ระยะการมองเห็น และทิศทางของลมเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้มีความสวยงามมากๆ เลยทีเดียว 3. Storytelling – การเล่าเรื่องของเกม The Last of Us Part 2 ในภาคนี้เอลลี่มีการพัฒนาทั้งทางร่างกายและจิตใจที่คนเล่นสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นสายตาที่แสดงออกถึงความรู้สึกต่างๆ เช่น ความเคียดแค้น ความเศร้า ความรู้สึกผิด ที่ผสมปนเปกันอยู่ภายในจิตใจ หรือจะเป็นท่าทางและอิริยาบถที่แสดงออกต่อผู้คนตรงหน้า ที่สามารถสื่อออกมาได้ชัดเจนและสมจริงมากขึ้น 4. Narrative & Subtitle – เสียงพากย์และซับไทย ของเกม The Last of Us Part 2 ถึงแม้จะไม่มีพากย์ไทยแต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะเสียงพากย์อังกฤษนั้นบอกอารมณ์ความรู้สึกในแต่ละขณะได้ดีอยู่แล้วตั้งแต่ภาคแรก และเมื่อถูกเสริมซับไทยเข้ามาในภาคสอง ยิ่งทำให้เราคนเล่นได้อรรถรสร่วมกับเกมและตัวละครในเกมได้ดียิ่งขึ้นไปอีกขั้น ผู้เขียนเชื่อว่าหลายคนกำลังชั่งใจรอดูรีวิวซับไทยกันว่าจะออกมาเป็นอย่างไรก่อนการซื้อเกม ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า ไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน สาเหตุที่มั่นใจขนาดนี้เพราะว่า ประการแรก ไม่ได้ใช้ Google Translate แปลลวกๆ แน่นอน การแปลซับไทยในเกมให้ออกมามีเนื้อหาสมจริง อิงอายุและความสัมพันธ์ของตัวละครได้ ต้องใช้การแปลที่มาจากคนไทยหรือชาวต่างชาติที่อยู่ในสังคมไทยมานาน จนรู้เรื่องระดับการพูดและการใช้ภาษากับคู่สนทนาให้เหมาะสมเท่านั้นถึงจะแปลออกมาได้แบบนี้ (ที่สำคัญคือความหยาบคายที่ “เรียล” มาก) สรุปการรีวิว: 10/10 ด้วยเหตุผลประการทั้งปวงที่เราได้กล่าวไปแล้วข้างต้น ทำให้เราสามารถสรุปได้เลยว่า การประกาศรางวัลเกมสาขาต่างๆ ในปีนี้ มีชื่อเกม The Last of Us Part II อยู่ในนั้นอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการรักษามาตรฐานความเข้มข้นของซีนอารมณ์และเนื้อเรื่อง เกมเพลย์ที่มีลักษณะของความกดดันแฝงอยู่ตลอดเวลา ไปจนถึงกราฟิกที่สวยงามเนียนตา และซับไทยที่ตั้งใจทำขึ้นมาเพื่อให้คนไทยได้มีอรรถรสในการอ่านแบบที่ให้ความรู้สึกเดียวกันกับต้นฉบับมากที่สุด ดังนั้นแล้ว ใครที่ลังเลยังไม่ได้ซื้อมาเล่น เราบอกเลยตรงนี้ว่า เกมนี้คู่ควรกับการ “Day One” หรือการหามาเล่นกันตั้งแต่วันแรกที่วางขายมากที่สุด เพราะคุ้มค่ากับทุกบาททุกสตางค์ที่ได้เสียไปอย่างแน่นอน เกม